รีวิว Vita - A By Donut BeautyBrain

Admin

January 1,2021

#ใครอยากผิวเด็กต้องรู้ 👶🏻
Retinal ดียังไง ช่วยอะไร และดีกว่า Retinol จริงมั้ย 
.
หลายๆคนที่เคยใช้ Retinol แล้วปลื้ม 
ได้ลองปรับเปลี่ยนมาใช้ Retinal แล้วปลื้มยิ่งกว่า
เพราะอะไร ก่อนอื่นเรามารู้จัก Retinal กันค่ะ
.
[ #อ่านใต้ภาพเพลินๆได้เลยนะคะ ]
.
———
.
ใครสนใจ แนะนำตามไปที่เพจ Dr.Different Thailand
.
ราคาสมเหตุสมผล
0.05% ราคา 1350 บาท 
0.1%    ราคา 1450 บาท 
0.12%  แนะนำสอบถามทางแบรนด์นะคะ
.
———

🟠 [ Retinal หรือ Retinaldehyde เป็นตัวเดียวกันนะคะ ]
ซึ่งอยู่ในกรุ๊ปของ Retinoids ซึ่งคือกรดวิตามินเอ 
ที่มีฤทธิ์ดีมากๆๆๆๆ กับริ้วรอย และโครงสร้างผิว
แต่ข้อเสียคือ Retinoid ระคายเคืองผิวมากค่ะ 
.
หลายๆคนที่ใช้ก็จะเจออาการแสบ แดง ร้อน ระคายเคือง
ดังนั้นเค้าจึงมีการพัฒนาสารในกลุ่มนี้
ให้มีผลดีต่อผิวเหมือนเดิม แต่อาการข้างเคียงต่อผิวลดน้อยลง
.
ดังนั้นจึงบังเกิด Retinol, Retinoldehyde, Retinyl ester ขึ้นมาค่ะ
.
🔑 แต่ยังไงก็ตาม การออกฤทธิ์หลักที่ผิวจะเป็นต้องเป็น 
Retinoic acid ในที่สุดนะคะ 
เพราะฟอร์มนี้จะเป็นตัวที่ไปจับกับ Receptor 🔒 ในผิวเราเพื่อออกฤทธิ์ 🔓
.
———
.
🟠ปกติการเปลี่ยนฟอร์มจะเปลี่ยนแบบนี้นะคะ
Retinyl Palmitate > Retinol > Retinaldehyde > Retinoic acid
.
#สำคัญ ให้จำไว้ว่า ยิ่งใกล้ Retinoic Acid เท่าไหร่ ! 
แปลว่า จะใช้เวลาเปลี่ยนน้อย และขั้นตอนเปลี่ยนฟอร์มน้อย 
ดังนั้นจะออกฤทธิ์ได้ยิ่งเร็ว และยิ่งออกฤทธิ์ดีด้วยค่ะ
.
———
.
ดังนั้นเราจังเห็นว่า สกินแคร์ใช้ Retinol ได้รับความนิยม
และการชื่นชมมากว่าเปลี่ยนผิวแย่เป็นผิวสวยได้ภายใน 3-6 เดือน 
แต่ทุกคนสงสัยไหมคะว่า ทำไมไม่ใช้ Retinaldehyde 
หรือ Retinal แทนทั้งๆที่ที่อยู่ใกล้ Retinoic Acid ที่สุด 
เพราะเปลี่ยนแค่รอบเดียวก็แอคทีฟแล้ว  
.
🟠 “นั่นก็เป็นเพราะการทำให้ Retinal เสถียรนั้น ยากมากค่ะ” 
.
💬ความเสถียรสำคัญยังไง
ความเสถียรของตัวสาร จะทำให้เราสามารถหวังผลได้
ว่าเมื่อเราทาลงบนผิวไปแล้ว จะมีรูปแบบของสาร
ที่พร้อมทำงานอยู่ในปริมาณสูง 
ทำให้เราสามารถหวังผลลัพธ์ได้ค่ะ
.
———
.
💬แล้ว Retinal ช่วยอะไรกับผิวได้บ้าง
เพราะ Retinal คือ 1 ฟอร์มของวิตามินเอ และสุดท้ายแล้ว
มันจะถูกแปรเปลี่ยนไปเป็น Retinoic acid อยู่ดี 
ดังนั้นจึงมีผลดีต่อผิวแบบที่วิตามินเอทำได้ ตั้งแต่
.
👵🏻1. ลดริ้วรอย
มีการศึกษาพบว่า 0.05% retinaldehyde 
มีผลแบบเดียวกับ Tretinoin และมีผลดีต่อผิว
ในด้าน photoaging โดยเฉพาะในด้าน
การซ่อมแซม Elastic Fibers และ Collagen
.
( Repair of UVA-induced elastic fiber 
and collagen damage by 0.05% retinaldehyde 
cream in an ex vivo human skin model)
.
นอกจากนั้นข้อดีคือทำให้ผิวชั้นบนหนาขึ้น 
(ผิวที่หนาคือผิวเด็ก ผิวบางคือผิวคนมีอายุ)
.
🔺2. รักษาสิว *เด่น !
เนื่องจากมีการศึกษาพบว่า Retinal มีฤทธิ์ต้านเชื้อ 
P.acne (เชื้อแบคทีเรียที่ก่อสิว)
(The antibacterial activity of topical retinoids: 
the case of retinaldehyde)
.
นอกจากนั้นยังมีฤทธิ์ผลัดเซลล์ผิว จึงแก้ปัญหาสิวอุดตัน 
สิวอักเสบ ไปพร้อมๆกันค่ะ 
.
(แต่ไม่แนะนำให้ใช้รักษาสิวแทนยานะคะ 
ให้ปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอค่ะ)
.
🆙 3. เร่งกระบวนการ Cell Turnover
คือทำให้เซลล์ผลัดจากล่างขึ้นบนเร็วขึ้น 
เซลล์ใหม่ๆสุขภาพดีๆก็จะขึ้นมาแทนที่เซลล์เก่าด้านบน
(ซึ่งเป็นคนละกลไกกับ AHA ที่ใช้ฤทธิ์ Desquamation)
.
📍 4. ฤทธิ์แอนตี้ออกซิแดนท์
ต้าน ROS (อนุมูลอิสระ) ที่เป็นตัวก่อปัญหา
ริ้วรอยก่อนวัย และจุดด่างดำ

🥺 อย่างที่โดนัทบอกคือ หาผลิตภัณฑ์ที่ใช้ Retinal ยากมาก 
ที่หาได้ก็ไม่มั่นใจว่าจะคงตัวไหม เสถียรไหม
.
🟠 และแถ่นแท้นนน วันนี้โดนัทมี Retinal ที่ภูมิใจนำเสนอ
มารีวิวให้ทุกคนค่ะ ทั้งเป็นแบรนด์ที่น่าเชื่อถือ ราคาไม่สูง
ในสูตรใช้ระบบนำส่งที่ดี 
มีงานวิจัยออกมาว่ามีความเสถียร 
มี  Texture ที่ใช้แล้วชุ่มชื้น และหาซื้อได้ง่ายในไทย
ครบม้วนเดียวจบเลยค่ะ
.
#Retinal ชิ้นนี้มาจากแบรนด์ Dr. Different 👨🏼‍⚕️
.
👨🏼‍⚕️ที่คิดค้นโดยอาจารย์แพทย์ผิวหนัง Lee Dong-won 
อาจารย์เป็นอาจารย์ที่สอนแพทย์ผิวหนังในมหาวิทยาลัย 
และยังเป็นวิทยากรในงานประชุมแพทย์ผิวหนังมากกว่า 30 งาน
มีผลงานทางด้านวิชาการมากมาย 
ตั้งแต่การเป็นผู้เขียนหนังสือ Functional of Cosmetics 
part in Aesthetic and Dermatologic Surgery ของแพทย์ผิวหนัง 
และเป็นผู้เขียนหลักในตำรา Cosmeceuticals ของแพทย์ผิวหนัง
.
👨🏼‍⚕️และนอกจากนั้นยังคิดค้น  AHA Exfoliating Cosmetics 
หรือตำรับการผลัดเซลล์ผิวด้วย AHA 
และได้เทรนแพทย์ผิวหนังไปทั่วโลก
 .
👨🏼‍⚕️สำหรับแบรนด์ Dr. Different มีความหมายถึง
ความแตกต่างในด้าน
.

  1. Different Origins 
    > ใช้ผู้เชี่ยวชาญ 15 ท่านมาช่วยคิดค้น
    .
  1. Different Ingredients
    > ใช้สารสำคัญที่เน้นการออกฤทธิ์
    .
  1. Different Formula
    > ตั้งสูตรอย่างรอบคอบทั้งด้าน pH, ความเข้มข้น,
    ประสิทธิผล เป็นต้น
    .
  1. Different Result
    > รู้สึกถึงผลลัพธ์ที่ดีแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
    .

🛡สำหรับผลิตภัณฑ์ที่โดนัทแนะนำคือ Vita –A Cream
ที่เป็น Treatment cream โดยให้ใช้เฉพาะเวลากลางคืน
เป็น Night Cream
.
👶🏻ซึ่งใช้ส่วนผสมหลักคือ Retinaldehyde (Retinal) 
และมีกรรมวิธีในการนำพาผ่านเข้าผิวโดยการกักเก็บ
โดยใช้ Niosome technology 
(เทคโนโลยีที่ใช้นำพายาเข้าสู่ผิว ) 
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรของ Retinal 
รวมถึงช่วยลดการระคายเคืองลงด้วย
.
💰โดย Dr.Different มีการทำสิทธิบัตรที่ชื่อว่า MULTILAMELLAR 
VESICLE CONTAINING RETINALDEHYDE AND COSMETIC 
COMPOSITION COMPRISING THEREOF  
(Registration No. (Date) 1021228390000 (2020.06.09))
.
💰 ซึ่งเป็นสิทธิบัตรในการนำ Retinaldehyde บรรจุใน Niosome 
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความเสถียรของ Retinal 
รวมถึงช่วยลดการระคายเคืองผิวลงด้วย
.
———
.
🪄นอกจากนั้นในสูตร Vita-A cream  ยังมีการเสริมชั้นผิว 
โดยใช้ Ceramide, Cholesterol และ Fatty Acid
ใน Golden Ratio
.
ผลลัพธ์จะทำให้ปราการผิวแข็งแรงขึ้น ผิวสุขภาพดีขึ้น 
อาการระคายเคืองก็จะลดลง
.
———
.
💧ในสูตรยังมี Active Ingredients อื่นๆ 
นั่นคือ Sodium Hyaluronate 0.5% 
โดยมีข้อมูลจากทาง Dr.Different ว่า
ใช้แบบหลาย Molecular Weights 
เพื่อช่วยเสริมในหลายชั้นผิว
.
———
.
💥และยังมี Adenosine มีหน้าที่สำคัญในการสื่อสาร
ของเซลล์ และเป็นสารตั้งต้นของการสร้างพลังงาน
ของเซลล์ (Intracellular ATP) 
ซึ่งมีผลเพิ่มการสร้างการแบ่งเซลล์เพื่อสร้างเซลล์ผิวใหม่

🟠Texture|
.
เนื้อสัมผัสของ Vita-A Cream มีความชุ่มชื้น 
ได้ฟีลลิ่งของ Emollient ที่ชุ่มนุ่มลื่นผิว 
โดยส่วนนี้มีข้อดีที่จะทำให้ผิวเราไม่แห้ง
ในระหว่างการใช้ Retinal
.
สีของเนื้อเป็นสีเหลืองอ่อน ซึ่งเป็นปกติ
และสามารถใช้ได้คะ
เนื้อเบา ได้ความรู้สึกถึง oil เกลี่ยง่าย 
เมื่อเกลี่ยแล้วจะรู้สึกลื่นผิว 
พอซึมแล้วก็ยังรู้สึกว่าผิวนุ่มลื่น ชุ่มชื้น มีoil เคลือบค่ะ
.
Texture แบบนี้ใช้ตอนกลางคืนสบายมากค่ะ
.
———
.
🟠 สำหรับ Vita-A Cream จะมีอยู่ 3 ขนาดความเข้มข้น คือ
.
หลอดสีส้ม Vita-A Cream 0.05%
หลอดสีแดง Vita-A Cream Forte 0.1%
หลอดสีม่วง Vita-A Cream Ph.D 0.12% 
(มีขายเฉพาะในโรงพยาบาล)

🟠อย่างที่โดนัทได้เล่าไปว่า Retinal ดีมาก 
ใครๆก็อยากใช้ในสูตร แต่ข้อจำกัดคือ Retinal มักไม่คงตัว
.
ดังนั้น Dr.Different ได้มีการทำ Stability Test 
เพื่อวัดว่าเมื่อเวลาผ่านไป Retinal จะยังเหลืออยู่ที่กี่ %
.
โดยเมื่อทดสอบประสิทธิภาพและความเสถียร 
พบว่ามีการเสื่อมของ Retinal หลังจากผลิตในอัตราที่ต่ำมากๆ
ซึ่งพบว่าปริมาณ Retinal ที่ยังคงเหลือในผลิตภัณฑ์
#มากกว่า  95% แม้หลังจากผลิตไปแล้วที่ 3 เดือน 📊
.
ซึ่งปกติ Retinal ที่ไม่เสถียรอาจจะสลายไป
ก่อนเราจะเปิดใช้ด้วยค่ะ
ถือว่าเพิ่มความมั่นใจให้เราได้เลยว่า
เมื่อเราทาลงไปบนผิว เราได้ทา Retinal จริงๆ
.
———
.
👨🏼‍⚕️นอกจากนั้น Dr.Different ยังมีการทำ Clinical Test
โดยวิเคราะห์ที่ทุกด้านของผิวที่เราควรทราบเลยค่ะ
.
โดยในงาน 1 เดือนแรกจะให้ใช้ 0.05% 
แล้วเดือนถัดไปใช้ 0.1% รวมเป็น 8 อาทิตย์ 
และมีการวัดผลที่ 4 และ 8 อาทิตย์
.

  1. #วัดด้านริ้วรอย (Skin wrinkles measurement)
    พบว่าริ้วรอยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 23.69%
    หลังใช้ 8 อาทิตย์
    .
  1. #วัดด้านความชุ่มชื้น (Skin moisture measurement)
    จากการใช้ต่อเนื่องที่ 8 อาทิตย์พบว่า
    ความชุ่มชื้นเพิ่มขึ้น 57% 
  1. #วัดด้านความยืดหยุ่นของผิว (Skin elasticity measurement)
    จากการใช้ต่อเนื่องพบว่า
    ความยืดหยุ่นเพิ่มขึ้น 20.36% ที่ 8 อาทิตย์ 
  1. #วัดด้านการยกกระชับ (Skin lifting measurement)
    พบว่าหลังจากใช้ต่อเนื่อง ผิวมีความกระชับ
    เพิ่มขึ้น 0.98% ที่ 8 อาทิตย์ 
  1. #วัดด้านความหนาแน่นของผิว (Skin density measurement)
    พบว่าหลังใช้อย่างต่อเนื่อง ผิวหนาแน่นขึ้น
    6.7% ที่ 8 อาทิตย์
    .

🟠 ซึ่งพบว่าในทุกด้านมีการพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้น
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติค่ะ

 

🟠 ข้อแนะนำในการใช้
.

  1. ทุกคนควรเริ่มที่ 0.05% ก่อน
    แม้จะเคยใช้แบรนด์อื่นมาก่อนทั้ง retinol / retinal
    .
  1. ถ้าคนที่ยังไม่มีริ้วรอยแนะนำให้ใช้ 0.05%
    ต่อเนื่องไปได้เรื่อยๆ
    .
  1. สำหรับคนที่มีริ้วรอยแล้วหากว่าใช้ 0.05%
    หมดหลอดแล้วไม่ระคายเคืองสามารถเพิ่มความเข้มข้น
    โดยขยับไปใช้ 0.1% ในหลอดต่อไปได้เลย
    .
  1. กรณีที่ผิวแพ้ระคายเคือง รวมถึงคนที่มีผิวแดงง่าย แนะนำให้ใช้ 0.5% วันเว้นวัน จนผิวสามารถทนได้ก่อน
    ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน จึงพิจารณาเพิ่มความเข้มข้น
    .
  1. หากมีอาการระคายเคืองมากควรหยุดใช้ผลิตภัณฑ์
    จนกว่าผิวจะกลับสู่สภาพปกติ

🟠 สิ่งที่ต้อง Note
.

  1. ห้ามใช้ขณะตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  2. ห้ามใช้บริเวณผิวที่ระคายเคือง มีแผลหรืออักเสบ
  3. ห้ามใช้กับผลิตภัณฑ์กำจัดขนหรือหลังกำจัดขน
  4. ห้ามใช้พร้อมกับร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นที่เป็นRetionic Acid, Retinol, AHA, BHA, Scrub
  5. ห้ามใช้ในช่วงกินยา Isotretinoin หรือยารักษาสิว
    .

🟠 ข้อควรปฏิบัติ
.
✓ ถ้ามีผิวที่บอบบางระคายเคืองง่าย
ต้องใช้เรตินอลด้วยความระมัดระวัง
✓ หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดด
✓ ระหว่างที่ใช้ผลิตภัณฑ์ควรทาครีมกันแดด
ในตอนเช้าทุกวัน โดยเลือก spf 30 ขึ้นไป
✓ เริ่มต้นให้ลดการระคายเคืองโดยจำกัดการใช้ผลิตภัณฑ์บนใบหน้าเท่านั้น หลีกเลี่ยงบริเวณรอบดวงตา
ริมฝีปาก และลำคอ และบริเวณร่องอกที่บอบบาง
ต่อการระคายเคือง
.
ซึ่งถ้าผิวเกิดอาการระคายเคืองควรปฏิบัติดังนี้
.

  1. ประคบด้วยผ้าเย็นประมาณ 2-3 นาที เพื่อลดอาการระคายเคือง
  2. ทาครีมกันแดดที่มี SPF เป็นประจำทุกวัน
  3. หลีกเลี่ยงการถูกแสงแดด

🟠 ขนาดในการใช้
.
แนะนำให้บีบออกมาปริมาณเม็ดถั่วเขียวถึงเม็ดถั่วเหลือง
ขึ้นกับขนาดใบหน้า แล้วใช้วิธีแตะเป็นจุดๆให้ทั่วใบหน้า
หลังจากนั้นให้นวดเบาๆทั่วหน้าจนซึมเข้าผิว