รีวิว Vita-A By Netty Beauty life

Admin

January 1,2021

หายกันไป 2-3 วันเลย 😊 วันนี้เลยขอลงแบรนด์ใหม่ที่เด็ดมากส่งท้ายปีกันหน่อยค่ะ 😝❤️ ใครเบื่อ Retinol แล้ว #อยากได้อะไรที่ว้าวกว่า แต่ยังระคายเคืองน้อยอยู่ อยากให้มาลอง Retinal ของ Dr. Different ของหมอเกาหลีดูค่ะ มันดีมาก! แบบมากกก! ไม่อยากให้พลาดค่ะ 👍🏻😝 สายส่วนผสม และชื่นชอบการใช้ Vitamin A ในการลด Skin aging อยู่แล้วต้องอยากลองแน่นอน พี่เนตเองก็ 1 ในนั้นล่ะ ถือว่าเป็น item กลุ่ม Vitamin A ที่ดีงามรับปีใหม่ 2021 ได้ทันเวลาพอดีค่ะ✌🏻❤️
.
ใช่ค่ะ “Retinal” สะกดไม่ผิดนะ 😉 เค้าเป็น Vitamin A ในรูปแบบนึงเหมือนกับ Retinol ค่ะ แต่เพียง Retinal #ประสิทธิภาพสูงกว่านั้นเอง
.
⭐️อ่านต่อใน website เพื่อดู paper ได้ชัดขึ้น หรือจะอ่านต่อทางนี้ก็ไม่ว่ากันค่ะ แต่ภาพอาจจะเล็กกว่าหน่อย ^^ หากใครสะดวกเวปก็ จิ้มเลยค่ะ https://www.nettybeautylife.com/post/content–2020-12-29–13:24:06–1609223046025
.
ชื่อเต็มๆ ของ Retinal คือ Retinaldehyde นั้นล่ะค่ะ  เป็นรูปแบบของ Vitamin A ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแล้วตามที่ FDA อนุญาติให้ใส่ในเครื่องสำอางได้ (ถ้าสูงกว่านี้ ก็คือ Retnoic acid ที่เราเจอในยาสิวแล้วค่ะ)
.
โดยปกติ Retinol ต้องอาศัยการเปลี่ยนรูปถึง 2 ครั้ง (2 coversions) ที่ผิวจึงจะสามารถแปลงเป็น Retionic Acid รูปที่ strong potency ที่สุดได้ แต่ Retinal จะใช้เพียง 1 conversion เท่านั้นเพื่อกลายเป็น Retinoic acid นั้นเองค่ะ ดังนั้นการตกหล่นของความเข้มข้นระหว่าง conversion ก็จะน้อยกว่า จึงทำให้ Retinal มี Potency สูงกว่า หรือ แรงกว่า Retinol โดยที่อาการข้างเคียงน้อยพอๆ กัน
.
ซึ่งเราจะหา Skincare ที่มี Retinal ยากหน่อยค่ะ บางตัวก็ต้องฝากซื้อจากเมืองนอก😅  และจริงๆ Dr. Different เองก็เป็นแบรนด์เวชสำอางของเกาหลีที่คิดค้นโดยอาจารย์แพทย์ผิวหนัง Lee Dong-won มีจำหน่ายตามคลินิกผิวหนัง และโรงพยาบาลที่เกาหลี 🇰🇷 แต่ก็โชคดีที่ตอนนี้มีการนำเข้า Dr.Different มาจากเกาหลีแล้ว❤️ 🙏🏻 ขอบคุณที่ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองในเดือนธันวาคมด้วยค่ะ
.
>>พอศึกษาแล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Vita A Cream ของ Dr.Different ถึงขายดีที่เกาหลี และได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งพี่เนตว่าใครได้อ่านบทความนี้ก็ต้องอยากลองบ้างล่ะ
.
❤️ขอสรุปความน่าสนใจของ Dr. Different Vita A Cream เป็นข้อๆ ตามนี้ค่ะ❤️
.
✔️1 ใช้ Retinal ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่า Retinol ในครีมลดริ้วรอยทั่วไป และเป็น Retinal ใน % ที่มีงานวิจัยรับรองประสิทธิภาพในแง่ของ Skin aging (ลดริ้วรอย ลดความแดง และลดจุดด่างดำ) ที่ยังคงมีอาการข้างเคียงน้อยค่ะ ซึ่งทาง Dr.Different ก็ออกแบบมาทั้งหมด 3 ความเข้มข้นค่ะ คือ สูตรสีส้ม Vita A Cream มี Retinal 0.05% หากผิวระคายเคืองง่าย อยากใช้..ให้ลองสีส้มก่อนนะคะ, สูตรสีแดง Vita A Forte จะมี Retinal 0.1% (หากใครมีปัญหาเรื่องจุดด่างดำ >> 0.1% Retinal มี paper ในเรื่องนี้เด่นกว่า Retinal 0.05% ค่ะ และใครที่ผิวปกติ ไม่ได้ระคายเคืองอะไรง่ายๆ จะมาลองสูตรนี้เลยก็ได้ พี่เนตก็ใช้สูตรนี้เลย 555) และสูตรสีม่วง จะเป็น Retinal 0.12%. ซึ่งจะมีจำหน่ายเฉพาะที่โรงพยาบาลเท่านั้นค่ะ
.
✔️2 นอกจาก Retinal ที่น่าสนใจแล้ว ยังมีการ formulate Retinal ให้อยู่ในรูปแบบ Niosome ซึ่งคล้ายกับ Liposome ค่ะ เป็นเทคโนโลยีในการนำส่งยาเข้าสู่ร่างกายให้ดีมากยิ่งขึ้น และมีการนำมาประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอางผิวหนังด้วย สามารถเข้าบำรุงผิวได้ลึกมากขึ้น โดยที่ประสิทธิภาพยังคงอยู่ เพียงแต่ Niosome จะมีความคงตัวมากกว่า ดังนั้นจะคง Retinal ให้มีประสิทธิภาพได้ยาวนานกว่า Retinol ปกติ และการที่บรรจุใน Niosome ยังจะช่วยลดการระคายเคืองจาก Retinal เองได้ด้วยค่ะ คือ ใช้แล้วไม่แสบแดงลอก ผิวระคายเคืองง่ายเลยสามารถลองใช้ได้ค่ะ >> ทางนี้พี่เนตใช้ทั่วหน้าติดต่อกันมา 2 สัปดาห์ ตอนกลางคืนก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ
.
✔️3 Dr.Different Vita A Cream ยังมีสารที่ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว (Skin Barrier) อย่าง Ceramide, Cholesterol และ Fatty acid แบบครบๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงของ Skin Barrier ได้ด้วย
.
✔️4 มีส่วนผสมด้าน Antiaging เพิ่มเติมอย่าง Adenosine ที่ช่วยลดริ้วรอย และ Hyaluronic acid 0.5% ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำค่ะ
.
😉👌🏻 หากพูดถึงส่วนผสม ถือว่าคิดมาได้ดีมากๆ เลยล่ะจะเรียกว่าเป็น All in One Anti-aging + skin barrier strengthening Cream เลยก็ได้ค่ะ
.
👉🏻 ซึ่งทาง Dr. Different เองก็มีงานวิจัยที่เอา Vita A Cream ทั้ง 0.05% และ 0.1% (forte) ไปทดสอบผลทาง Clinical ของ skin aging เทียบกับ Retinol cream 0.05% และ Retinol cream 0.1% เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบผลของDr Different ดีกว่าในด้าน Skin wrinkles, Skin moisture, Skin elasticity, Skin lifting, Skin density อย่างมีนัยสำคัญค่ะ * วิจัยนี้ทำโดย Global Medical Research Center โดยมีอาสาสมัคร 22 รายค่ะ😉
.
___________
.
เนื้อสัมผัสจะเป็นครีมสีออกเหลืองๆ นะคะ มีความเข้มข้นพอสมควร ทางแบรนด์แนะนำให้ใช้เพียง 1 เมล็ดถั่วทาบางๆ ทั่วผิวหน้า หรือจะเฉพาะบริเวณที่กังวลก็ได้ พี่เนตว่าแต่ละสูตรเนื้อครีมไม่ต่างกันค่ะ และทาที่ผิวก็ไม่แสบ แดง ลอกอะไรเลย แม้ทาติดต่อกัน 2 สัปดาห์แล้ว (พี่เนตไม่ได้เป็นคนผิวระคายเคืองง่ายนะคะ และเป็นคนผิวมัน ดังนั้นเลยไม่เจออาการด้วยล่ะขนาดใช้สูตร Forte นะ) ต้องบอกก่อนว่าเนื้อครีมไม่ได้บางเบานะคะ และเวลาทาผิวจะออกเหลืองๆ นิดนึงด้วย แต่ไม่มีปัญหาอะไรเพราะทาตอนกลางคืน และใช้เพียงนิดเดียวค่ะ
.
ใครผิวระคายเคืองอยากให้ลองสีส้มก่อนนะ เพราะความแรงต่ำสุด และอาจจะลองทาแบบวันเว้นวันตอนกลางคืนก่อนว่าได้ไหม ส่วนใครที่ผิวอย่างพี่เนต ไม่ได้ระคายเคืองอะไรง่าย สบายๆ ก็จัดสีแดงแบบ forte ได้เลยค่ะ
.
เอาตรงๆ ใครชอบใช้ Retinol อยู่แล้ว อยากลองเปลี่ยนบ้าง ก็มาลอง Retinal ดูค่ะ หรือใครถึงขั้น advance ไปถึง retinoic acid คือใช้ยาสิวทาเพื่อลดริ้วรอยแล้วรู้สึกเริ่มอยากลดความแรงดู ก็สามารถปรับมาได้เหมือนกันค่ะ
.
👉🏻ใครอยากลอง ให้ติดต่อสอบถามที่เพจ Dr.Different Thailand | Facebook ดูนะคะ
.
Netty
IG @nettytitiya
Product Dr.Different Thailand
#nettyxdrdifferent#drdifferent#drdifferentvitaacream #kbeauty
.
———
🔺Ref
✔️Niosome: A future of targeted drug delivery systems
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC3255404/
✔️Niosomes as Nanoparticular Drug Carriers: Fundamentals and Recent Applications
https://www.hindawi.com/journals/jnm/2016/7372306/
✔️Retinoids in the treatment of skin aging: an overview of clinical efficacy and safety
https://www.ncbi.nlm.nih.gov/pmc/articles/PMC2699641/
✔️Clinical use of topical retinaldehyde on photoaged skin
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/10473961/
✔️Efficacy and safety of retinaldehyde 0.1% and 0.05% creams used to treat photoaged skin: A randomized double-blind controlled trial
https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/10473961/

😝❤️ ใครเบื่อ Retinol แล้ว #อยากได้อะไรที่ว้าวกว่า แต่ยังระคายเคืองน้อยอยู่ อยากให้มาลอง Retinal ของ Dr. Different ของหมอเกาหลีดูค่ะ มันดีมาก! แบบมากกก! ไม่อยากให้พลาดค่ะ 👍🏻😝 สายส่วนผสม และชื่นชอบการใช้ Vitamin A ในการลด Skin aging อยู่แล้วต้องอยากลองแน่นอน พี่เนตเองก็ 1 ในนั้นล่ะ ถือว่าเป็น item กลุ่ม Vitamin A ที่ดีงามรับปีใหม่ 2021 ได้ทันเวลาพอดีค่ะ✌🏻❤️
.
ใช่ค่ะ “Retinal” สะกดไม่ผิดนะ 😉 เค้าเป็น Vitamin A ในรูปแบบนึงเหมือนกับ Retinol ค่ะ แต่เพียง Retinal #ประสิทธิภาพสูงกว่านั้นเอง
.
⭐️อ่านต่อใน website เพื่อดู paper ได้ชัดขึ้น หรือจะอ่านต่อทางนี้ก็ไม่ว่ากันค่ะ แต่ภาพอาจจะเล็กกว่าหน่อย ^^ หากใครสะดวกเวปก็ จิ้มเลยค่ะ https://www.nettybeautylife.com/post/content–2020-12-29–13:24:06–1609223046025

ชื่อเต็มๆ ของ Retinal คือ Retinaldehyde นั้นล่ะค่ะ  เป็นรูปแบบของ Vitamin A ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดแล้วตามที่ FDA อนุญาติให้ใส่ในเครื่องสำอางได้ (ถ้าสูงกว่านี้ ก็คือ Retnoic acid ที่เราเจอในยาสิวแล้วค่ะ)
.
โดยปกติ Retinol ต้องอาศัยการเปลี่ยนรูปถึง 2 ครั้ง (2 coversions) ที่ผิวจึงจะสามารถแปลงเป็น Retionic Acid รูปที่ strong potency ที่สุดได้ แต่ Retinal จะใช้เพียง 1 conversion เท่านั้นเพื่อกลายเป็น Retinoic acid นั้นเองค่ะ ดังนั้นการตกหล่นของความเข้มข้นระหว่าง conversion ก็จะน้อยกว่า จึงทำให้ Retinal มี Potency สูงกว่า หรือ แรงกว่า Retinol โดยที่อาการข้างเคียงน้อยพอๆ กัน
.
ซึ่งเราจะหา Skincare ที่มี Retinal ยากหน่อยค่ะ บางตัวก็ต้องฝากซื้อจากเมืองนอก😅  และจริงๆ Dr. Different เองก็เป็นแบรนด์เวชสำอางของเกาหลีที่คิดค้นโดยอาจารย์แพทย์ผิวหนัง Lee Dong-won มีจำหน่ายตามคลินิกผิวหนัง และโรงพยาบาลที่เกาหลี 🇰🇷 แต่ก็โชคดีที่ตอนนี้มีการนำเข้า Dr.Different มาจากเกาหลีแล้ว❤️ 🙏🏻 ขอบคุณที่ทางแบรนด์ส่งมาให้ลองในเดือนธันวาคมด้วยค่ะ
.
>>พอศึกษาแล้ว ก็ไม่แปลกใจเลยว่าทำไม Vita A Cream ของ Dr.Different ถึงขายดีที่เกาหลี และได้รับรางวัลมากมาย ซึ่งพี่เนตว่าใครได้อ่านบทความนี้ก็ต้องอยากลองบ้างล่ะ

เนื้อสัมผัสจะเป็นครีมสีออกเหลืองๆ นะคะ มีความเข้มข้นพอสมควร ทางแบรนด์แนะนำให้ใช้เพียง 1 เมล็ดถั่วทาบางๆ ทั่วผิวหน้า หรือจะเฉพาะบริเวณที่กังวลก็ได้ พี่เนตว่าแต่ละสูตรเนื้อครีมไม่ต่างกันค่ะ และทาที่ผิวก็ไม่แสบ แดง ลอกอะไรเลย แม้ทาติดต่อกัน 2 สัปดาห์แล้ว (พี่เนตไม่ได้เป็นคนผิวระคายเคืองง่ายนะคะ และเป็นคนผิวมัน ดังนั้นเลยไม่เจออาการด้วยล่ะขนาดใช้สูตร Forte นะ) ต้องบอกก่อนว่าเนื้อครีมไม่ได้บางเบานะคะ และเวลาทาผิวจะออกเหลืองๆ นิดนึงด้วย แต่ไม่มีปัญหาอะไรเพราะทาตอนกลางคืน และใช้เพียงนิดเดียวค่ะ

✔️1 ใช้ Retinal ซึ่งมีประสิทธิภาพดีกว่า Retinol ในครีมลดริ้วรอยทั่วไป และเป็น Retinal ใน % ที่มีงานวิจัยรับรองประสิทธิภาพในแง่ของ Skin aging (ลดริ้วรอย ลดความแดง และลดจุดด่างดำ) ที่ยังคงมีอาการข้างเคียงน้อยค่ะ ซึ่งทาง Dr.Different ก็ออกแบบมาทั้งหมด 3 ความเข้มข้นค่ะ คือ สูตรสีส้ม Vita A Cream มี Retinal 0.05% หากผิวระคายเคืองง่าย อยากใช้..ให้ลองสีส้มก่อนนะคะ, สูตรสีแดง Vita A Forte จะมี Retinal 0.1% (หากใครมีปัญหาเรื่องจุดด่างดำ >> 0.1% Retinal มี paper ในเรื่องนี้เด่นกว่า Retinal 0.05% ค่ะ และใครที่ผิวปกติ ไม่ได้ระคายเคืองอะไรง่ายๆ จะมาลองสูตรนี้เลยก็ได้ พี่เนตก็ใช้สูตรนี้เลย 555) และสูตรสีม่วง จะเป็น Retinal 0.12%. ซึ่งจะมีจำหน่ายเฉพาะที่โรงพยาบาลเท่านั้นค่ะ
.
✔️2 นอกจาก Retinal ที่น่าสนใจแล้ว ยังมีการ formulate Retinal ให้อยู่ในรูปแบบ Niosome ซึ่งคล้ายกับ Liposome ค่ะ เป็นเทคโนโลยีในการนำส่งยาเข้าสู่ร่างกายให้ดีมากยิ่งขึ้น และมีการนำมาประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอางผิวหนังด้วย สามารถเข้าบำรุงผิวได้ลึกมากขึ้น โดยที่ประสิทธิภาพยังคงอยู่ เพียงแต่ Niosome จะมีความคงตัวมากกว่า ดังนั้นจะคง Retinal ให้มีประสิทธิภาพได้ยาวนานกว่า Retinol ปกติ และการที่บรรจุใน Niosome ยังจะช่วยลดการระคายเคืองจาก Retinal เองได้ด้วยค่ะ คือ ใช้แล้วไม่แสบแดงลอก ผิวระคายเคืองง่ายเลยสามารถลองใช้ได้ค่ะ >> ทางนี้พี่เนตใช้ทั่วหน้าติดต่อกันมา 2 สัปดาห์ ตอนกลางคืนก็ไม่มีปัญหาอะไรนะคะ
.
✔️3 Dr.Different Vita A Cream ยังมีสารที่ช่วยเสริมเกราะปกป้องผิว (Skin Barrier) อย่าง Ceramide, Cholesterol และ Fatty acid แบบครบๆ ซึ่งช่วยเพิ่มความแข็งแรงของ Skin Barrier ได้ด้วย
.
✔️4 มีส่วนผสมด้าน Antiaging เพิ่มเติมอย่าง Adenosine ที่ช่วยลดริ้วรอย และ Hyaluronic acid 0.5% ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นอิ่มน้ำค่ะ
.
😉👌🏻 หากพูดถึงส่วนผสม ถือว่าคิดมาได้ดีมากๆ เลยล่ะจะเรียกว่าเป็น All in One Anti-aging + skin barrier strengthening Cream เลยก็ได้ค่ะ
.
👉🏻 ซึ่งทาง Dr. Different เองก็มีงานวิจัยที่เอา Vita A Cream ทั้ง 0.05% และ 0.1% (forte) ไปทดสอบผลทาง Clinical ของ skin aging เทียบกับ Retinol cream 0.05% และ Retinol cream 0.1% เป็นเวลา 8 สัปดาห์ พบผลของDr Different ดีกว่าในด้าน Skin wrinkles, Skin moisture, Skin elasticity, Skin lifting, Skin density อย่างมีนัยสำคัญค่ะ * วิจัยนี้ทำโดย Global Medical Research Center โดยมีอาสาสมัคร 22 รายค่ะ😉

Dr.Different ก็ออกแบบมาทั้งหมด 3 ความเข้มข้นค่ะ คือ สูตรสีส้ม Vita A Cream มี Retinal 0.05% หากผิวระคายเคืองง่าย อยากใช้..ให้ลองสีส้มก่อนนะคะ, สูตรสีแดง Vita A Forte จะมี Retinal 0.1% (หากใครมีปัญหาเรื่องจุดด่างดำ >> 0.1% Retinal มี paper ในเรื่องนี้เด่นกว่า Retinal 0.05% ค่ะ และใครที่ผิวปกติ ไม่ได้ระคายเคืองอะไรง่ายๆ จะมาลองสูตรนี้เลยก็ได้ พี่เนตก็ใช้สูตรนี้เลย 555) และสูตรสีม่วง จะเป็น Retinal 0.12%. ซึ่งจะมีจำหน่ายเฉพาะที่โรงพยาบาลเท่านั้นค่ะ

ใช้เพียง 1 เมล็ดถั่วทาบางๆ ทั่วผิวหน้า หรือจะเฉพาะบริเวณที่กังวลก็ได้ พี่เนตว่าแต่ละสูตรเนื้อครีมไม่ต่างกันค่ะ และทาที่ผิวก็ไม่แสบ แดง ลอกอะไรเลย แม้ทาติดต่อกัน 2 สัปดาห์แล้ว (พี่เนตไม่ได้เป็นคนผิวระคายเคืองง่ายนะคะ และเป็นคนผิวมัน ดังนั้นเลยไม่เจออาการด้วยล่ะขนาดใช้สูตร Forte นะ) ต้องบอกก่อนว่าเนื้อครีมไม่ได้บางเบานะคะ และเวลาทาผิวจะออกเหลืองๆ นิดนึงด้วย แต่ไม่มีปัญหาอะไรเพราะทาตอนกลางคืน และใช้เพียงนิดเดียวค่ะ
.
ใครผิวระคายเคืองอยากให้ลองสีส้มก่อนนะ เพราะความแรงต่ำสุด และอาจจะลองทาแบบวันเว้นวันตอนกลางคืนก่อนว่าได้ไหม ส่วนใครที่ผิวอย่างพี่เนต ไม่ได้ระคายเคืองอะไรง่าย สบายๆ ก็จัดสีแดงแบบ forte ได้เลยค่ะ
.
เอาตรงๆ ใครชอบใช้ Retinol อยู่แล้ว อยากลองเปลี่ยนบ้าง ก็มาลอง Retinal ดูค่ะ หรือใครถึงขั้น advance ไปถึง retinoic acid คือใช้ยาสิวทาเพื่อลดริ้วรอยแล้วรู้สึกเริ่มอยากลดความแรงดู ก็สามารถปรับมาได้เหมือนกันค่ะ

ใครอยากลอง ให้ติดต่อสอบถามที่เพจ Dr.Different Thailand | Facebook ไม่แพงค่ะ ลองดูนะคะ